วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Blog เพื่อนการศึกษา

Blog เพื่อนการศึกษา

เนื้อหาใน blog นี้ เหมาะสำรับใช้เตรียมตัวสอบ ตลอดจนใช้เสริมพื้นฐานความรู้ให้แม่นยำ เพราะผู้จัดทำเชื่อเหลือเกินว่า ทำบ่อย ๆ ฝึกบ่อย ๆ จะทำให้เกิดเป็นความชำนาญ ทำให้เกิดความคุ้นเคย คุ้นชิน

สำหรับเนื้อหาต่าง ๆ ใน blog นี้ อาจจะยังไม่ครบทุกระดับชั้น เพราะผู้จัดทำ กำลังเก็บรวบรวม และทำแบบฝึกหัดขึ้นมาใหม่ อาจจะทำให้ล่าช้า ไปบ้าง ยังงัยก็ขออภัย แต่ในทุก ๆ วันจะพยายาม update ข้อสอบและแบบฝึกหัดใหม่ ๆ ให้

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

SocialP1-Lesson1-Test

คู่มือเตรียมสอบ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.1 - 2 - 3 ___ สังคม ป.1 - บทที่ 1 รู้จักและรักโรงเรียน (แบบทดสอบ)





SocialP1-Lesson1-Ex

คู่มือเตรียมสอบ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.1 - 2 - 3 ___ สังคม ป.1 - บทที่ 1 รู้จักและรักโรงเรียน (แบบฝึกหัด)





SocialP1-Lesson1

คู่มือเตรียมสอบ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.1 - 2 - 3 ___ สังคม ป.1 - บทที่ 1 รู้จักและรักโรงเรียน (เนื้อหา)


บทที่ 1 รู้จักและรักโรงเรียน

1.      ความหมายและความสำคัญ
          โรงเรียน คือ สถานศึกษา ที่มีการจัดการเรียนการสอนแก่นักเรียน เราเป็นเด็ก เมื่อมีอายุพอควร พ่อแม่พาเรามาเข้าโรงเรียน เพื่อให้เราได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ เราได้ฝึกอ่าน เขียน คิดลข เข้าใจเนื้อหาสาระวิชาที่ควรรู้ ช่วยเหลือตนเอง และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
          เรามาโรงเรียน เราเป็นนักเรียน มีคุณครูเป็นผู้สอน ทำให้เรามีความรู้ ความคิด ได้รับการฝึกอบรมให้เป็นคนดี สามารถทำงานได้ และอยู่ร่วมกับนักเรียนคนอื่นที่เป็นเพื่อนของเราอย่างมีความสุข
          เราเรียนตามอายุในระดับชั้นเรียนที่ต่อเนื่อง คือ ชั้น อนุบาล ชั้นประถมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษา จนถึงระดับวิทยาลัย และมหาวิทยาลัย

2.     ข้อมูลของโรงเรียน
ข้อมูล คือ เรื่องเป็นจริงเบื้องต้นที่ควรรู้
โรงเรียนมีบริเวณกว้าง มีอาคารเรียน เสาธง สนาม โรงอาหาร ห้องน้ำ บ้านพักครู มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น สวยงาม
เราต้องรู้จักข้อมูลของโรงเรียน เกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้
-          ชื่อโรงเรียน และอักษรย่อ
-          ที่ตั้งและอาคารสิ่งก่อสร้างของโรงเรียน
-          ชื่อครูผู้สอน ที่เป็นครูประจำชั้น และครูประจำวิชา
-          ชื่อผู้บริหารโรงเรียน
-          คำขวัญและสีประจำโรงเรียน
ข้อมูลหรือเรื่องราวของโรงเรียนที่ควรรู้ อาจจะมีหลายเรื่อง ซึ่งเราและเพื่อนในห้องทุกคนสามารถบอกเรื่องได้ตรงกัน ครูผู้สอน หรือ ครูประจำชั้นของเรา จะเป็นผู้บอกข้อมูล หรือเรื่องราวต่าง ๆ แก่นักเรียน เราต้องรู้จักสังเกตและจำสิ่งที่ได้เรียนรู้ ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคย และรักโรงเรียนของเรา

    3.     บุคคลในโรงเรียน
(1)   ผู้อำนวยการ
ผู้อำนวยการเป็นหัวหน้า ทำหน้าที่ดูแลแนะนำและควบคุมการทำงานของทุกคนในโรงเรียน เป็นฝ่ายบริหาร มีรองผู้อำนวยการที่ช่วยดูแลงานฝ่ายต่าง ๆ ของโรงเรียนด้วย
(2)   ครูผู้สอน
ครูผู้สอน ทำหน้าที่สอน และอบรมนักเรียน ให้มีความรู้ความสามารถ มีความประพฤติดี ฝึกให้เรารู้จักคิด และทำงานเป็น ครูผู้สอนมีทั้งครูประจำชั้น ครูประจำกลุ่มสาระต่าง ๆ รวมทั้งครูบรรณารักษ์ ที่อยู่ประจำห้องสมุด ซึ่งจัดหาและบริการให้ยืมหนังสือแก่ครูและนักเรียน นอกจากนี้ ยังมีครูพยาบาล ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของนักเรียนที่เจ็บป่วยไม่รุนแรง หรือ ช่วยปฐมพยาบาลแก่นักเรียนที่ได้รับอุบัติเหตุ ก่อนนำส่งโรงพยาบาล
(3)   ภารโรง
ภารโรง ทำหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาด รักษาทรัพย์สินของโรงเรียน คอยเปิด และปิดอาคารเรียน ดูแลและรดน้ำต้นไม้ รวมทั้งซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ให้อยู่ในสภาพดี
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ หรือคนงาน ที่ทำหน้าที่ริการครูและนักเรียนในด้านอื่น ๆ เช่น ทำอาหาร ขับรถของโรงเรียน พิมพ์เอกสารข้อมูล
(4)   นักเรียน
นักเรียนมีหน้าที่สำคัญ คือ ศึกษาเล่าเรียนอย่างตั้งใน เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถในการทำงาน และฝึกฝนตนเองให้เป็นคนดี เชื่อฟังคำสอนของครู และพ่อแม่ ทำตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียน ไม่ดื้อดึง เรานำความรู้ความสามารถที่ได้ฝึกฝนไปประกอบอาชีพ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
  
   4.     กฎระเบียบของโรงเรียน
กฎ ระเบียบ หมายถึง ข้อกำหนดให้ทุกคนที่อยู่ร่วมกันทำตาม เพื่อให้มีความเรียบร้อย มีวินัยที่ดี ไม่วุ่นวาย ผู้ที่ทำตามกฎระเบียบ เป็นผู้ที่ให้ความร่วมมือ และมีมารยาทที่ดีงาม กฎระเบียบที่ต้องทราบ เพื่อนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง เหมาะสม มีหัวข้อเรื่อง และข้อปฏิบัติ ดังนี้
ก.     การแต่งกาย
โรงเรียนกำหนดระเบียบการแต่งการตามปกติ คือ ชุดนักเรียน แต่บางวัน นักเรียนต้องแต่งชุดพลศึกษา หรือชุดลูกเสือ เนตรนารี ตามตารางเรียน
เราแต่งกายให้ถูกต้อง และเรียบร้อย ไม่เล่นให้สกปรกเลอะเทอะ
ข.     มายาทในการเคารพ
เราเคารพครูในโรงเรียนทุกท่าน เพื่อแสดงถึงกิริยามารยาทที่ดีงาม การเคารพมีหลายแบบ ตามโอกาสที่เราจะนำไปปฏิบัติ มีดังนี้
(1)   ไหว้ เราไหว้พ่อ แม่ ครู และผู้ที่มีอายุมากกว่าเรา เพื่อแสดงความเคารพ และทักทายเมื่อพบกัน
(2)   กราบ เรากราบพระ 3 ครั้ง เมื่อสวดมนต์ และกราบครู 1 ครั้ง ก่อนเรียน หรือ หมดเวลาเรียน
(3)   ยืนตรง เราเข้าแถว และยืนตรง เมื่อเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาทุกเช้า
(4)   วันทยหัตถ์ เมื่อวันที่เราแต่งเครื่องแบบลูกเสือ – เนตรนารี
(5)   ถวายความเคารพ นักเรียนชายโค้งคำนับ นักเรียนหญิง ถอนสายบัว ในวันที่มีกิจกรรมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ค.     มารยาทในการพูด
ทุกคนชอบฟังคำพูดที่ไพเรา นุ่มนวล เมื่อเราพูดกับคนอื่น จึงต้องมีมารยาทในการพูด และพูดสื่อสารให้เข้าใจกัน ดังนี้
(1)   ใช้คำพูดที่สุภาพ ไม่พูดหยาบคาย ไม่พูดกล่าวร้ายผู้อื่น
(2)   พูดชัดถ้อยชัดคำ ไม่พูดอ้อมแอ้ม หรือไม่พูดตะโกนเอะอะ
(3)   รู้จักใช้คำว่า สวัสดี ขอบคุณ ขอบใน ขอโทษ ให้เหมาะสมตามโอกาส
(4)   ไม่พูดปด ให้พูดแต่ความจริง
(5)   เมื่อมีปัญหา ต้องรีบพูดบอก พ่อ แม่ ครู หรือ ผู้อื่นให้รู้เรื่อง

ง.      การมีส่วนร่วมในห้องเรียน
ในแต่ละห้องเรียน มีครูผู้สอน เป็นผู้ให้ความรู้ และ อบรมสั่งสอนให้นักเรียนมีความประพฤติที่ดีงาม ฝึกการอยู่ร่วมกัน ดูแลช่วยเหลือกัน โดยกำหนดเป็นข้อตกลงในห้องเรียน ได้แก่
(1)   ตั้งในฟังครูสอน และทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย
(2)   ช่วยกันรักษา และทำความสะอาดห้องเรียน
(3)   ทิ้งขยะในถังรองรับทุกครั้ง ไม่มักง่ายทิ้งเกลื่อนกลาด
(4)   เลือกหัวหน้าห้อง เพื่อบอกเคารพครู และช่วยเหลืองานของครูบางเรื่อง
(5)   ปฏิบัติหน้าที่การทำความสะอาดห้องเรียนประจำวัน
(6)   ไม่นำอาหาร หรือขนมมากินในห้องเรียน
(7)   รู้จักการเข้าแถวตามลำดับก่อนหลังเมื่อส่งงาน หรือรับสิ่งของ และเข้าแถวตามลำดับสูงต่ำเมื่อเคารพธงชาติตอนเช้า
    5.      ระเบียบวินัย
ระเบียบวินัย คือ ข้อกำหนดที่เราต้องทำตาม และข้อห้ามที่ไม่ควรทำ เพื่อให้ทุกคนในโรงเรียนอยู่ร่วมกันอย่างสงบ เรียบร้อย ไม่วุ่นวาย ไม่เกิดปัญหา
ก.     ข้อกำหนดที่ต้องทำ
(1)   มาโรงเรียนทุกวัน ไมหยุดเรียนบ่อยโดยไม่จำเป็น
(2)   มาโรงเรียนแต่เช้า ไม่มาสาย เมื่อเลิกเรียนรีบกลับบ้าน ไม่เถลไถล
(3)   แต่งกายให้สะอาดเรียบร้อย ถูกระเบียบ
(4)   รู้จักเคารพครู และผู้ใหญ่ มีน้ำใจรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น
(5)   มีมารยาทในการพูด การเคารพ การเข้าแถว และการเดินแถว
ข.     ข้อห้ามที่ไม่ควรทำ
(1)   ห้ามทะเลาะวิวาท หรือ แกล้งเกเรกัน
(2)   ห้ามลักขโมย หรือ แย่งสิ่งของผู้อื่น
(3)   ไม่แต่งกายผิดระเบียบที่กำหนด
(4)   ไม่ทำลายสิ่งของ หรือทรัพย์สินของโรงเรียน
(5)   ไม่ละเลยต่องานที่ครูให้ทำ

    6.      การช่วยเหลือโรงเรียน
เราเป็นสมาชิกชองโรงเรียน เราทุกคนรู้จักบุญคุณของโรงเรียน และครูผู้สอน โดยการช่วยเหลือโรงเรียนในด้านต่าง ๆ  เช่น
-          เมื่อโรงเรียนขอความร่วมมือ ควรให้การสนับสนุน
-          ตั้งใจเรียน ประพฤติดี เป็นที่ยกย่องของบุคคลทั่วไป
-          ชั่วกันรักษาความสะอาดของโรงเรียน และช่วยทำความสะอาดห้องเรียน
-          ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนจัดด้วยความเต็มใจ
-          ปิดน้ำ และปิดไฟฟ้าทุกครั้งที่ใช้แล้ว เพื่อช่วยกันประหยัด
-          ทำตามระเบียบวินัยของโรงเรียน และสามัคคีกัน

    7.      การใช้จ่ายเมื่อมาโรงเรียน
เรามาโรงเรียน จะต้องมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของเรา ซึ่งพ่อแม่เป็นผู้จ่ายเงินให้แก่เรา เพื่อให้มีสิ่งของ เครื่องใช้ และค่าบริการ ได้แก่ เสื้อผ้า สมุด หนังสือ เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง รวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำวันของเรา บางโรงเรียนต้องเสียค่าเล่าเรียนด้วย
ส่วนทางโรงเรียนต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่อง ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียน การสอน ค่าแรงคนงาน ค่าซ่อมแซมสิ่งชำรุดเสียหาย บางโรงเรียนต้องจ่ายเงินเดือนครูผู้สอนด้วย
นักเรียนต้องรู้จักการใช้จ่ายให้ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อฝึกนิสัยที่ดีในการประหยัด เป็นการช่วยเหลือพ่อแม่ และโรงเรียน ดังนี้
(1)   ซื้อของใช้ที่จำเป็นและเก็บไว้ใช้นาน ๆ ให้คุ้มค่า
(2)   รู้จักเก็บข้อใช้ทุกครั้ง ไม่ทิ้งขว้าง
(3)   เขียนชื่อ นามสกุล และชั้น ที่สมุด หนังสือ และเครื่องเขียน
(4)   เลือกซื้อของกินที่สะอาด และมีประโยชน์ต่อร่างกาย
(5)   แบ่งเงินที่ได้รายวันเก็บออมไม่ควรใช้ให้หมด

Download (เนื้อหา)   Download (แบบฝึกหัด)    Download (แบบทดสอบ) 






วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

SocialP2

เตรียมตัวสอบ - สังคมศึกษา ป.2

สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนาในประเทศไทย                   
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 หลักธรรมเบื้องต้นของพระพุทธศาสนา  
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คนดีและการทำความดี                  
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การบริหารจิตและเจริญปัญญา         
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา         
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 ศาสนพิธี
    • ใบงาน                       Download
    • แบบทดสอบ               Download                                                      
สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 วิถีประชาธิปไตย                                          
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การจัดระเบียบสังคม                                           
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 บรรทัดฐาน วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของชาติ   
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 กระบวนการประชาธิปไตย                             
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ข้อตกลงและกฎระเบียบของการอยู่ร่วมกัน          
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ 
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 รายรับและรายจ่าย
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เศรษฐกิจพอเพียง
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การธนาคาร
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การใช้ชีวิตอย่างมั่นคง              
สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เวลา                                    
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชาติไทย                              
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 บุคคลสำคัญ                          
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การดำเนินชีวิตในชุมชน           
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การศึกษาประวัติชุมชน
สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชุมชนของเรา
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งแวดล้อมในชุมชน
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วัฒนธรรมในชุมชน
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แผนผังและแผนที่                         
  • หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หน้าที่เราต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน




SocialP2-Sara5-Lesson5-Test

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หน้าที่เราต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน (แบบทดสอบ)



SocialP2-Sara5-Lesson5-Ex

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่  5 หน้าที่เราต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน (ใบงาน)







หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หน้าที่เราต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน

     คนในชุมชน ทุกกลุ่มอายุ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกภาษา ทุกชาติ ล้วนเป็นหน่วยสังคมในชุมชน มีส่วนเป็นเจ้าของชุมชน ดังนั้น การพัฒนา และทำนุบำรุงชุมชน จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคน

     ธรรมชาติ เป็นสถานที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยว หรือคนในชุมชนมารวมกันจนเป็นชุมชน และธรรมชาติเป็นผู้ทำให้เกิดวัฒนธรรม ธรรมชาติจึงสมควรที่จะอยู่คู่ชุมชนไปนาน ๆ

     แหล่งน้ำ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ชุมชนสดชื่น ผู้คนในชุมชนได้มีน้ำอุปโภค และบริโภค แหล่งน้ำจึงต้องใสสะอาด ไม่เน่าเสีย ดังนั้น เราจะต้องคอยบำรุงแหล่งน้ำ โดยการไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ ช่วยกันรักษาแหล่งน้ำให้ใสสะอาด

     ป่าไม้ เป็นสิ่งที่ทำให้ชุมชนมีความร่มรื่น อากาศเย็นสบาย ช่วยทำให้มีฝนตกลงมา ชุมชนต่าง ๆ จึงควรช่วยกันรักษาป่าไม้ไว้เป็นที่พักผ่อน

     ภูเขา ชุมชนใดมีภูเขา เทือกเขา หรือ ทิวเขา ชุมชนนั้นจะน่าอยู่ เพราะภูเขาสูงช่วยทำให้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม บนภูเขามักจะมีป่าไม้ปกคลุม ภูเขาเป็นต้นน้ำลำธาร เป็นแหล่งกำเนิดของ ห้วย คลอง แม่น้ำต่าง ๆ ดังนั้น การไม่ขุดดินบนภูเขา การไม่ตัดไม้ทำลายป่าบนภูเขา การไม่รุกที่บริเวณเชิงเขา และหุบเขา จะช่วยไม่ให้เกิดแผ่นดินถล่ม ชุมชนก็จะปลอดภัยจากธรรมชาติต่าง ๆ ไม่เสียหาย

     ถ้าเราช่วยกันรักษาธรรมชาติให้สมดุล ไม่บุกรุกซึ่งกันและกัน เราก็จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขไปตราบนานเท่านาน และลูกหลานของเราในภายภาคหน้าก็จะได้มีโอกาสที่จะได้เห็นธรรมชาติสวย ๆ อย่างที่พวกเราได้เห็นอยู่ตอนนี้






SocialP2-Sara5-Lesson4-Test

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แผนผังและแผนที่ (แบบทดสอบ)



SocialP2-Sara5-Lesson4-Ex

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แผนผังและแผนที่ (ใบงาน)




หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แผนผังและแผนที่

     ==> แผนผัง เป็นแผ่นกระดาษที่แสดงรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ในพื้นที่ ที่กำหนด แผนผังจะไม่บอกตำแหน่งหรือพิกัด ไม่บอกระยะทางและไม่บอกทิศทาง

      ==> แผนที่ จะแสดงรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ โดยที่จะบอกตำแหน่ง หรือพิกัดบอกระยะ บอกทิศทางของสิ่งต่าง ๆ ได้แม่นยำ และตรงกับความเป็นจริง

      ==> แผนผัง และแผนที่ เป็นเครื่องมือภูมิศาสตร์ที่ดีที่สุดในการให้ข้อมูลพื้นฐานของชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด

     การใช้แผนที่นำทาง
     ถ้าเราสังเกตนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในชุมชนของเราแล้วละก็ เราจะเห็นว่า เวลาพวกเขาจะเดินทางไปไหนจะต้องมีแผนที่ติดตัวตลอด เพื่อจะได้ไม่หลงทาง เพราะแผนที่จะมีข้อมูลหลัก ๆ ที่เราดูก็จะรู้ว่าสถานที่ที่เรากำลังจะเดินทางไปนั้นอยู่ที่ใด

     แผนที่ทั่วไปให้ข้อมูลหลัก ๆ 3 ข้อ ดังนี้
     1. บอกตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ต่าง ๆ
     2. บอกระยะทางระหว่างสถานที่
     3. บอกทิศทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง 





SocialP2-Sara5-Lesson3-Test

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วัฒนธรรมในชุมชน (แบบทดสอบ)



SocialP2-Sara5-Lesson3-Ex

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วัฒนธรรมในชุมชน (ใบงาน)





หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วัฒนธรรมในชุมชน

     วัฒนธรรมในชุมชน คือ องค์ประกอบของประชากรที่กำหนดสังคมของชุมชน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดวัฒนธรรมของชุมชนด้วย เช่น วัฒนธรรมของกลุ่มวัยรุ่น วัฒนธรรมของชาวนา วัฒนธรรมของชาวประมง

     วัฒนธรรมเป็นคำที่มีความหมายดีและลึกซึ้ง ซึ่งมีความหมายดังนี้
     วัฒนา  หมายถึง  เจริญงอกงามอย่างต่อเนื่อง
      ธรรม   หมายถึง  การกระทำที่สมดุลกัน

     เพราะฉะนั้น วัฒนธรรมจึงมีความหมายว่า การกระทำหรือ การปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม จนเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน และปฏิบัติสืบทอดกันมาจนกลายเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง และทำให้คงอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่วัฒนธรรมที่เป็นสิ่งไม่ดี ก็จะเสื่อมสบายไปเอง สิ่งใดที่ดีงามก็คงอยู่ตลอดไป

     ==> มีหลายสิ่งที่เราเรียกว่าวัฒนธรรม เช่น
     1. กิริยามารยาท เป็นการแสดงท่าทางต่าง ๆ และคำพูดที่ดีงาม 
     2. ประเพณี แบบอย่างที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา บางอย่างอาจจะเกี่ยวข้องกับศาสนา เช่น ประเพณีลอยกระทง
     3. การแต่งกาย จะขึ้นอยู่กับอาชีพ และโอกาสต่าง ๆ หรือแล้วแต่วัฒนธรรมของชุมชนนั้น ๆ
     4. ภูมิปัญญา หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่คนในชุมชนได้คิดริเริ่มทำ และได้นำวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในชุมชนนั้นมาดัดแปลงให้เป็นของแปลกใหม่ ภูมิปัญญาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ซึ่งจะเกี่ยวกับปัจจัยหลายอย่าง คือ

     ==> การทำมาหากิน คนในสมัยก่อนคิดค้นเครื่องมือสำหรับประกอบอาชีพขึ้นมา เพื่อช่วยในการทำงาน เช่น การจับสัตว์น้ำ โดยใช้เบ็ด ไซ ยอ เป็นต้น
    
     ==> อาหาร การทำเอาผลผลิตที่หาได้ในชุมชนมาประกอบเป็นอาหาร เช่น ต้มยำกุ้ง ส้มตำ

     ==> ที่อยู่อาศัย บ้านเรือนส่วนใหญ่ มักทำด้วยไม้ ยกหลังคาสูง เพื่อให้อากาศถ่ายเท ทำให้ใต้ถุนสูง เพื่อให้พ้นน้ำท่วม

     ==> เครื่องนุ่งห่ม มีการทอผ้า ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย ทอออกมาได้อย่างสวยงาม และนำมาตัดเป็นชุดสวยงาม

     ==> ยารักษาโรค นำพืชมากมายมาทำเป็นยา ซึ่งเรียกว่าสมุนไพร มีคุณภาพ รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้มากมาย




SocialP2-Sara5-Lesson2-Test

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งแวดล้อมในชุมชน (แบบทดสอบ)



SocialP2-Sara5-Lesson2-Ex

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งแวดล้อมในชุมชน (ใบงาน)





หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งแวดล้อมในชุมชน

     มนุษย์เรานั้นรู้จักเลือก รู้จักสังเกต บริเวณที่มีดินสมบูรณ์ มนุษย์เราจะเลือกเป็นที่ก่อสร้างบ้านเรือน ก่อตั้งชุมชน หรือหมู่บ้าน เช่น บริเวณที่ราบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ เป็นต้น

     ชุมชนในประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีอากาศคล้ายกัน คือ อากาศร้อน แต่ภูมิประเทศเป็นตัวที่คอยควบคุมแหล่งน้ำ ดิน หรือ ความดุดมสมบูรณ์ชอบชุมชนนั้น ๆ ให้แตกต่างกัน

     ที่ราบลุ่ม  ดินจะอุดมสมบูรณ์ มีธาตุอาหารต่าง ๆ สามารถเพาะปลูกพืชได้ และเป็นแอ่งกักเก็บน้ำทำให้บริเวณนั้นมีหนอง บึง มาก

     ที่ราบสูง  ดินบริเวณนี้จะไม่อุดมสมบุณ์เพราะธาตุอาหารถูกชะล้างออก ต้องสร้างบ่อน้ำเองจึงจะมีน้ำใช้

     อาชีพของคนที่อยู่ในชุมชนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศเป็นส่วนหนึ่งด้วย เช่น
     ==> ชุมชนชาวนา ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในที่ราบ ที่ลุ่ม มีน้ำขัง
     ==> ชุมชนชาวไร่ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในที่ดอน ที่ลาด น้ำไหลออก
     ==> ชุมชนชาวประมง ส่วนใหญ่อยู่ริมทะเลสาบ หรือฝั่งทะเล
     ==> ชุมชนท่องเที่ยว ต้องอยู่ในที่สวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยว

     จะเห็นได้ว่า ภูมิประเทศจะมีอิทธิพลต่ออาชีพของคนในชุมชนมาก เพราะฉะนั้น ชุมชนของเราจึงมีอาชีพต่างกับชุมชนบางชุมชน ในฐานะที่เป็นเป็นคนหนึ่งในชุมชน เราก็ควรช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนเราให้คงสภาพเดิมไว้เพื่อให้ลูกหลานเราได้สืบทอดอาชีพ และประเพณีของเราให้คงอยู่กับเราไปนาน ๆ แต่ถ้าเราไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่มีป่า ไม่มีสัตว์ ไม่มีดิน มนุษย์เราก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ มาช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนของเรากันเถอะ



SocialP2-Sara5-Lesson1-Test

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชุมชนของเรา (แบบทดสอบ)



SocialP2-Sara5-Lesson1-Ex

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ -  หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชุมชนของเรา (ใบงาน)






หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชุมชนของเรา

     ชุมชน หมายถึง กลุ่มของคนที่อยู่กันหลายครอบครัว มาสร้างบ้านเรือนอยู่ใกล้ ๆ กัน ชุมชนบางแห่งมีบ้านเรือนหนาแน่น บางชุมชนก็มีบ้านเรือนสร้างอยู่ห่างกัน ทุกคนที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน ส่วนมากจะรู้จักกันดี และทำงานร่วมกัน พี่งพาอาศัยกัน

     สถานที่ที่เราควรรู้จักในชุมชน
     ในชุมชนแต่ละแห่งนอกจากจะมีบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยของคนในชุมชนแล้ว ยังมีสถานที่ที่สำคัญ และมีความสัมพันธ์กับคนในชุมชนอีกด้วย เช่น
     1. โรงเรียนและสถานศึกษา เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้แก่เยาวชนในชุมชน
     2. โรงพยาบาล หรือ สถานีอนามัย เป็นสถานที่ที่รักษาโรคภัยไข้เจ็บให้คนในชุมชน
     3. วัด หรือ ศาสนสถาน เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชน
     4. สถานีตำรวจ เป็นสถานที่ที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับคนในชุมชน
     5. แหล่งท่องเที่ยว อาจจะเป็นสถานที่ที่สวยงาม หรือมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ของชุมชนของเรา ซึ่งคนในชุมชนของเราภูมใจ
     6. ตลาด หรือ ศูนย์การค้า เป็นที่ซื้อของ จับจ่ายของใช้สำคัญ ๆ ที่จำเป็นในคัวเรือนของคนในชุมชน

     บุคคลสำคัญในชุมชนของเรา
     บุคคลสำคัญในชุมชนที่เราควรรู้จัก ได้แก่
     1. คณะกรรมการของชุมชน เป็นผู้ที่ได้รับเลือก และได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนแล้ว เพื่อให้คนเหล่านั้นพัฒนาชุมชนให้เจริญขึ้น
     2. ผู้ใหญ่บ้าน ท่านเป็นผู้นำชุมชน คอยดูแลคนในชุมชน และดูแลความสงบสุขของชุมชน
     3. กำนัน เป็นผู้ให้ความสะดวกในด้านต่าง ๆ ให้แก่คนในตำบล

     ข้อปฏิบัติตนต่อชุมชนของเรา   มีดังนี้
     1. ตั้งใจเรียนรู้ให้จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำความรู้ที่ได้มาประกอบอาชีพสุจริต และจะได้พัฒนาชุมชนของเราให้ดีขึ้น
     2. รักษากฎระเบียบของชุมชน และของบ้านเมืองที่กำหนด
     3. ไม่เสพ ไม่ขายยาเสพติดทั้งปวง
     4. เชิญชวนครอบครัวไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
     5. ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชน
     6. ทำตนให้เป็นคนดีของครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ
     





SocialP2-Sara4-Lesson5-Test

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การศึกษาประวัติชุมชน (แบบทดสอบ)




SocialP2-Sara4-Lesson5-Ex

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การศึกษาประวัติชุมชน (ใบงาน)




หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การศึกษาประวัติชุมชน

     ถ้าเรารู้จักประวัติของชุมชน ที่เราอยู่อย่างดี และลึกซึ้ง เวลาคนต่างถิ่นมาถามเราว่า ชุมชนเรามีประวัติความเป็นมาอย่างไร แล้วเราตอบเขาได้ เราจะรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น เราควรศึกษาประวัติชุมชนเของเราเพื่อตัวเองและเพื่อผู้อื่น โดยมีขั้นตอนการศึกษาเรื่องราวของชุมชนง่าย ๆ ดังนี้

     1. ตัวเราเองต้องมีความสนใจ และใครที่จะรู้ประวัติชุมชนของเราเอง แล้วตั้งเป็นหัวข้อหลัก ๆ เพื่อง่ายแก่การสือค้นประวัติ เช่น
     **บรรพบุรุษของเราในสมัยก่อนย้ายมาจากไหน แล้วทำไมจึงเลือมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ชุมชนของเรา
     **บุคคลที่สำคัญในอดีตที่สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชนของเรามีใครบ้าง และคนเหล่านั้นมีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนของเราอย่างไร
     **โบราณสถานและโบราณวัตถุในชุมชนของเรามีอะไรบ้าง และเกี่ยวข้องกับประวัติของชุมชนเราอย่างไร

     2. รวบรวมข้อมูล เมื่อเราได้หัวข้อหลัก ๆ ที่เราต้องการรู้ แล้วเราก็ต้องทำการรวบรวมข้อมูล เพื่อที่จะนำมาศึกษา เราสามารถหาข้อมูลได้จากแหล่งต่าง ๆ ในชุมชน ดังนี้
     **ห้องสมุด เช่น ห้องสมุดของโรงเรียน ห้องสมุดสาธารณะชองชุมชน หรือ ห้องสมุดส่วนตัว ในหนังสือ อาจจะมีข้อมูลดี ๆ ที่เกี่ยวกับชุมชนของเราในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร ประเพณี ของชุมชน
     **สถานที่ราชการ เช่น ศูนย์ราชการจังหวัด ที่ว่าการเขต เป็นต้น เพราะที่เหล่านี้จะมีเอกสารเกี่ยวกับชุมชนเก็บไว้
     ** สถานที่สำคัญในชุมชน เช่น พิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ เป็นต้น
     ** บุคคลในชุมชน เช่น ผู้เฒ่า ผู้แก่ ปู่ ย่า ตา ยาย ในชุมชนของเราเอง เพราะพวกท่านอยู่มานาน อาจจะรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนของเรา หรืออาจจะถามนักวิชาการที่ศึกษาชุมชนของเราก็ได้

     3. การนำข้อมูลที่เราค้นคว้ามารวบรวมและอ่านศึกษาประวัติและตรวจสอบว่าข้อมูลจากแหล่งใดน่าเชื่อถือและไม่น่าเชื่อถือ

     4. ขั้นตอนที่เป็นขั้นตอนสุดท้าย คือ การนำข้อมูลไปเรียบเรียง เขียนเป็นเรื่องราว และทำความเข้าใจอีกครั้ง เท่านี้เราก็เป็นคนที่รู้ประวัติชุมชนของเราเป็นอย่างดีแล้ว  







SocialP2-Sara4-Lesson4-Test

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การดำเนินชีวิตในชุมชน (แบบทดสอบ)




SocialP2-Sara4-Lesson4-Ex

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การดำเนินชีวิตในชุมชน (ใบงาน)



หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การดำเนินชีวิตในชุมชน
     
     การดำเนินชีวิตของผู้คนในละชุมชนนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ซึ่งถ้าสภาพแวดล้อมและสังคมต่างกัน การดำรงชีวิตของชุมชนนั้น ๆ ก็จะต่างกันด้วย ค่านิยม ประเพณี อาหารการกิน ตลอดจนถึงความเชื่อและศาสนา เช่น ชุมชนของคนจังหวัดเชียงรายที่อยู่แถบชานเมือง คนในชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพเพาะปลูกข้าว และมักปลูกข้าวเหนียว เพราะคนแถบนั้นรับประทานข้าวเหนียวกัน พอเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ก็จะปลูกพืชผักสวนครัวแทน เช่น ต้นหอม กระเทียม เพื่อเป็นการหมุนเวียนกันไป ส่วนชุมชนของจังหวัดนนทบุรีที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีบ้านเรือนปลูกเรียงรายอยู่เต็มสองฝั่งแม่น้ำ คนส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขาย แถบนั้นจะมีตลาดอยู่ มีพ่อค้า แม่ค้า มีคนมาซื้ออยู่ตลอดทั้งวัน เวลามีวันสำคัญ ๆ เช่น เข้า - ออก พรรษา ผู้คนส่วนใหญ่จะไปวัดกัน
   
     เห็นได้ชัดว่า การดำเนินชีวิตของชุมชนที่อยู่ชานเมือง กับชุมชนที่อยู่ในเมือง ชีวิตการเป็นอยู่แตกต่างกันมาก

     ลักษณะของชุมชนมี 2 ลักษณะ คือ
     1. ชุมชนเมือง เป็นชุมชนที่มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่มาก มีบ้านเรือนมาก ทำให้มีการสร้างถนนขึ้นมาหลายสาย มีความเจริญในด้านต่าง ๆ คนในชุมชนมีหลายอาชีพ ท้งพยาบาล ครู วิศวกร ไปจนถึงงานก่อสร้างต่าง ๆ ต่างคนต่างอยู่

     2. ชุมชนชนบท เป็นชุมชนที่มีจำนวนบ้านเรือนและประชากรอาศัยอยู่ไม่มาก กระจายกันอยู่ทั่วไปไม่หนาแน่น คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ง่าย ไม่ฟุ่มเฟือยอยู่แบบพออยู่พอกิน บางครัวเรือนปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานกันเองภายในครอบครัว และจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ถนนหนทางมีไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นถนนลูกรัง ภูมิประเทศส่วนใหญ่ จะเป้นป่าเขา อากาศดี ไม่มีมลพิษ อาชีพส่วนใหญ่เป็นการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

     ขนาดของชุมชนแต่ละแห่งไม่เท่ากัน เริ่มตั้งแต่ ขนาดเล็ก ไปถึงขนาดใหญ่ ดังนี้

     อยู่กันหลายบ้าน       =  หมู่บ้าน
     อยู่กันหลายหมู่บ้าน   =  ตำบล หรือ แขวง
     อยู่กันหลายตำบล     =  อำเภอ หรือ เขต
     อยู่กันหลายอำเภอ    =  จังหวัด
     หลายจังหวัดรวมกัน  =  กลายเป็นประเทศ




SocialP2-Sara4-Lesson3-Test

เตรียมตัวสอบ สังคมศึกษา ป.2 - สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ - หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 บุคคลสำคัญ (แบบทดสอบ)